Categories

(Review) FMA : Brotherhood Boxset 1-4

posted on 08 May 2011 00:42 by athrunchun  in Review
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 8 May 2011 00:55:57 by AthrunChun

IS : The Movie (แต่งเอง)

posted on 13 Apr 2011 23:42 by athrunchun

เนื้อเรื่องย่อ (แต่งเองจากจินตนาการ + เนื้อเรื่องเดิมๆ) 
แก้เซ็งตอนกำลังรอ Fansub :: Hidan no aria เพราะกำลังอินสุดๆ 


............ ในปีนึงที่โรงเรียนนักสืบยุทธ์ โตเกียว ได้มีการเปิดอบรมหลักสูตรเสริมเพิ่มเติมในสาขาจู่โจม ก็คือ หลักสูตร IS โดยจะมีการคัดเลือกบุคลากรชั้นแนวหน้าของโรงเรียนนักสืบฯ ไปร่วมการฝึกพิเศษ 
ในสถาบัน IS ที่โตเกียว แน่นอนว่า Kanzaki H Aria ได้รับเลือกเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนี้ด้วยเช่นกัน และนี่คือเรื่องราวแห่งการต่อสู้ที่ดำเนินมาเป็น อนิเมชั่น ไตรภาค สุดร้อนแรงแห่งปี เป็นหนัง IS The Movie ความยาว 8 ชั่วโมงเต็มๆ (เวอร์ไปหรือเปล่าเนี่ย) 

............ หลังจากที่ได้รับเลือกให้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนแล้ว ก็ออกเดินทางมาที่สถาบันฯ ในวันนึงที่อาเรียเดินทางมาถึงที่สถาบัน IS แห่งนี้ กลับมีเรื่องนึงที่ทำให้อาเรียต้องรู้สึกแปลกๆก็คือ ต้องเดินไปสถาบัน ฯ เพียงคนเดียว โดดเดี่ยว แต่ก็นะ 
สำหรับอาเรียที่ไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่นมากมายนั้นเป็นเรื่องปกติที่มีมาตั้งแต่เมื่อก่อน และ เมื่อมาถึงสถาบันฯแล้ว กลับได้เห็นแต่ หญิงสาวน่ารักมากมายที่เป็นนักเรียนของสถาบันแห่งนี้ อาเรียจึงหงุดหงิดนิดหน่อย "เช๊อะ !!!! อะไรกันว้อย หญิงล้วนเหรอเนี่ย เซ็งชะมัด " 
............ แต่เมื่ออาเรียเดินไปซักพัก กลับเห็นสิ่งที่ขัดแย้งกันของสถาบันแห่งนี้ ก็คือ อิจิกะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับนักเรียนใหม่ทุกคนที่เข้า สถาบันแห่งนี้ อาเรียคิดในใจว่า " หา !!!!!! อารายกันมีผู้ชายด้วยหรือเนี่ย นึกว่าจะมีแค่หญิงล้วนซะอีก สถาบันนี้เนี่ย " 
แต่อาเรียก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ แต่ด้วยนิสัยของอาเรียที่ชอบ ยุ่งเรื่องชาวบ้าน (ขอใช้คำนี้แล้วกัน) จึงเดินเข้าไปทัก อิจิกะที่นั่งอยู่คนเดียว แต่ด้วยที่ อาเรียยังเป็น นักเรียนใหม่ของสถานัน IS แห่งนี้จึงทักทายไม่ออก ได้แต่ยืนมองหน้าอิจิกะ พร้อม พูดแค่คำว่า 
" สวัสดี...... นายยยย ชื่ออะไรอ่ะ" พร้อมกับทำสีหน้าเฉยเมย เมื่ออิจิกะได้ยินคำทักทายที่ดูเหมือนเป็นเจ้าชีวิต กำลังถามตัวเองอยู่ ซักพัก อิจิกะตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มนิดๆว่า "ผมชื่ออิจิกะ ครับ เรียนอยู่ที่นี่เหมือนกัน " แต่ด้วยที่อิจิกะเป็นฝ่ายถูกถามก่อน จึงถามกลับไปว่า 
" อ๊ะ แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ นักเรียนเข้าใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน้ลย " อาเรียก็ตอบกลับไปว่า อืม เพิ่งเข้ามาเรียนวันนี้วันแรกอ่ะ" แล้วก็ไม่นานนัก 
เสียงกริ่งเข้าเรียนก็ดังขึ้นมา และ โฮกิก็เข้ามาหา อิจิกะ เพื่อมาเตือนให้เข้าห้องเรียน "เฮ้ !!!!! ........ อิจิกะเข้าเรียนได้แล้ว อ่าว เอ๋ !!! ใครอ่ะเธอคนนี้ " อาเรียก็ได้แต่เงียบเฉย ตีสีหน้าเฉยเมยนิ่งๆ แล้วเดินจากไป ทั้ง 2 คนได้แต่ยืนอึ้งกับกิริยาของเธอคนนี้อย่างมาก 
ซักพักก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องเรียน กันไป 

......... แต่เมื่อเข้าห้องเรียนแล้วกลับกลายเป็นว่า !!!!!!! ทุกคน ----- วันนี้อาจารย์จะขอแนะนำนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจาก โรงเรียนนักสืบยุทธ์โตเกียว ที่จะมาเรียนในสถาบันแห่งนี้ และจะมาเรียนที่ห้องเราตั้งแต่วันนี้ไป ............... สาขาจู่โจม ระดับฝีมือ Ace คันซากิ H อาเรีย จังจ๊า........ 
ทันใดนั้นเอง อิจิกะที่เคยสงสัยว่าเธอคนนี้มาจากไหน ก็ได้รู้ในทันทีว่าเธอคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ พร้อมกับขนลุกเอานิดๆ แต่โฮกิที่สังเกตุเห็น อิจิกะ อึ้งนิดๆที่เห็น อาเรียยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เกิดอาการมองด้วยหางตา ฟิ้ง !!!!! สีหน้าไม่พอใจเอาเล็กน้อย พอจบชั่วโมงโฮมรูมแล้ว 
พวกชาร์ลอต-เซซิเลีย ก็เข้ามาทักทาย อาเรีย และแนะนำตัวเองให้อาเรียได้รู้จัก และอิจิกะก็เข้ามาผสมโรงด้วยคน และพูดคุยกันเล็กน้อย รู้สึกว่า อาเรีย จะไม่ค่อยคุยกับเพื่อนๆในชั้นเรียนเลย อาจจะเป็นเพราะว่ายังไม่คุ้นเลยกับ เพื่อนๆในที่นี้ก็เป็นได้ 
ซึ่งทั้ง ชาร์ลอต - เซซิเลีย - โฮกิ และ อิจิกะ นี่ก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่า อาเรีย มักจะพกปืนเอาใว้กับตัวเสมอ ช่วงแรกๆเลยกล้าๆกลัวๆไปบ้าง จะชวนไปกินข้าวเที่ยงก็ไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่ แต่บางครั้งอิจิกะก็เข้ามาชวนเธอคุยกัน จนสนิทสนมกัน (ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่) 
ทาง อาเรียก็รู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตในสถาบันแห่งนี้ขึ้นเรื่อยๆ จากที่ไม่เคยคุยกับใครเลย นอกจากวิชาเรียน ก็เริ่มจะคุยกับคนอื่นขึ้นเรื่อยๆ 


.............. กิ้งก่อง คาบต่อไป จะเป็นการฝึกการใช้ IS ร่วมระหว่างห้อง !!!!!!!!!!! 
ซึ่งอาเรียก้ได้รับการฝึกการใช้ IS นี้ด้วยเช่นกัน แต่ด้วยความบังเอิญหรือยังไงไม่ทราบเหมือนกัน ที่ยังมี IS เครื่องส่วนตัว (ของที่สร้างมาใว้ให้ อิจิกะ เป็นเครื่องสำรอง) อยู่อีก 1 เครื่องพอดิบพอดี อาเรียจึงได้ใช้ IS ในคาบเรียนนี้ ซึ่งเครื่องนี้จะเป็นเครื่องรุ่นที่ 3 อาวุธประเภทจู่โจม ด้วยปืนกลสั้น + ดาบนั้น 
(เครื่องตัวนี้ เข้าทาง อาเรียซะงั้น) ตอนแรกนั้น อาเรียก็ยังรู้สึกขัดเขินนิดนึง อาจจะเป็นเพราะครั้งแรกก้เป็นได้ 

............. และทันทีที่อาเรียได้สวม IS นั้นเธอค่อนข้างตื่นเต้นมากๆ ดูเหมือนเธอจะ มึนงงกับ ระบบที่ขึ้นมาบนหน้าจอ จึงเผลอบินโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เนื่องจาก ครั้งแรกของอาเรีย จึงยังคุมเครื่องไม่ค่อยได้ ไม่สามารถลงจอดได้ (นึกภาพเอานะครับว่า บินว่อนอยู่บนอากาศสนามฝึก โดยคุมเครื่องไม่ได้) 
ทาง อิจิกะก็เป็นห่วง จึงเรียก/ขับเครื่องของตนเองออกไปช่วยเหลือ อาเรีย ทันที หวังใว้ว่าให้เธอปลอดภัย (เหมือนตอนที่ คินจิใช้โหมด ฮิสทีเรีย อุ้มอาเรียในตอนแรกของ Hidan no Aria) ทางครูฝึก โอริมูระ เห็นแล้วว่า อิจิกะ มีความสามารถพอที่จะดูแล เธอคนนี้ได้ เลยถือโอกาสมอบหมายให้ อิจิกะ 
เป็นผู้ฝึกสอน อาเรีย ตัวต่อตัว เป็นพิเศษ แต่ก็นะ ว่ามีสายตาที่แทบจะเฉือดเฉือนมาจาก 4 สาวของอิจิกะทันที ฟิ้ง !!!!!!!!! 

ส่วนทาง อิจิกะนั้นก็เลี่ยงไม่ได้ กลืนไม่ได้ คายไม่ออก เพราะว่าเป็นหน้าที่ๆได้รับมอบหมาย ที่ต้องทำ ............. เริ่มด้วย อิจิกะแนะนำอาเรียว่า การสวมชุด + เรียกชุดออกมายังไงบ้าง และ วิธีที่จะบังคับ IS เบื้องต้น 
แน่นอนว่าใหม่ๆนั้น ทางอาเรียก็ยังขัดเขินอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่นานนัก อาเรียก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคย/เพลิดเพลินกับการฝึก IS อย่างน่าประหลาด นั่นเพราะมีความรู้สึกว่า IS เป็นเสื้อผ้าชุดนึงที่บินได้อย่างอิสระ - ได้ติดตั้งอาวุธจริงๆ ทั้งปืน และ ดาบนั่นเอง 
ทำให้นิสัยแต่เดิมของอาเรีย ปรากฏขึ้นอีกครั้ง .......... 
อาเรียนั้นเรียนรู้ได้รวดเร็วนัก ถึงแม้จะเพิ่งเคยขับ IS เป็นครั้งแรก (เพราะเป็นนักสืบยุทธ์ ด้วยล่ะมั้งนะ ถึงได้เคยชินกับการต่อสู่มาบ้าง) ช่วงเวลาการฝึกปฏิบัติ จนถึงจบคาบเรียนของวันนี้ ทางอาเรียเองก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเอาพอสมควร ทาง อ. โอริมูระ จึงได้ให้ อาเรีย ไปอยู่กับ เซซิเลีย เราะยังเหลืออีก 1 ที่พอดี 

........ แต่ระหว่างทางเดินไปที่ห้องพัก ก็บังเอิญเห็นชาร์ล๊อตกำลังเดินเข้าพร้อมกันกับ อิจิกะ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มร่าเริงของทั้งคู่แล้ว เลยยิ่งทำให้ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ (อาการประมาณว่า เห็นแล้ว เลี่ยน คลื่นใส้) 
พอเข้าห้องไปแล้ว เซซิเลียก็เริ่มแนะนำต่างๆนาๆ เรื่องการใช้ชีวิตในห้อพักแห่งนี้ และที่ สำคัญ ยังเทคแคร์ อาเรียอย่างดี เสมือนเพื่อนแท้คนนึงเลยทีเดียว ตอนแรกอาเรียก็ เก้ๆกังๆ แต่หลังๆก็รู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ ซู่วๆๆๆ อาบน้ำอย่างสบายใจ (ไม่ต้องกลัวใครแอบมอง) 
พออาบน้ำ/แจ่งตัวเสร็จ อาเรียก็ เริ่มนอนบนเตียง คิดเรื่องต่างๆนาๆ ว่า "เอาไงดีนะ พรุ่งนี้ ซักพักก็หลับไป พร้อมกับความเหนื่อยหล้าของวันนี้ ........... เซซิเลีย เห็นอาเรีย ที่หลับปุ๋ยไปแล้ว ยิ้มนิดๆ และ รู้สึกคิดในใจว่า "น่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ย เธอคนนี้" 




โปรดติดตาม ตอนต่อไป แล้วจะมาอัพเดทเรื่องต่อครับ

ทักทายเพื่อนๆ

posted on 08 Oct 2010 16:21 by athrunchun
สวัสดีครับ กระผมชื่อชุน ส่วนใหญ่จะอยู่ในเว็บบอร์ด Anime ของไทยเช่น DEXCLUB  ROSE  ครับ ใช้ชื่อว่า บารอนสายฟ้า หากเจอกันก็ทักทายด้วยนะครับผม
 
ผมเพิ่งสมัครลองเล่น BLOG ได้ไม่นาน ฝากตัวด้วยนะครับ

edit @ 8 Oct 2010 16:23:31 by AthrunChun

กันดั้ม Thailand (แต่งเอง...ฮาๆ)

posted on 08 Oct 2010 15:22 by athrunchun  in MyStory

กันดั้ม Thailand (แต่งเอง...ฮาๆ)

บทความเรื่่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการ+ดัดแปลง  ไม่ได้มีการอ้างอิงจากเหตุการณ์จริง ไม่ได้กล่าวถึงบุลคลใดๆโดยระบุเฉพาะเจาะจง 

==============================================================

ตอนแรก

             ปี พศ. 2881 ประเทศไทยเรามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและรัฐบาลหลังสงครามกลางเมืองยุติลงมาได้ 3 ปี   ทางรัฐบาลจึงมีนโยบายทางการทหารว่า จะจัดตั้งบริษัทเอกชนขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า คาโนเทค ซึ่งเป็นบริษัทที่เปิดรับสมัครผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ เช่น ยานยนต์ เทคโนโลยี - วิศวกรรม - อวกาศ - วิทยาศาสตร์ทุกแขนง เพื่อวิจัยโครงการอาวุธพลังงาน (Enegy Weapons Project) และ อุปกรณ์หรือยานยนต์ที่ใช้ในทุกสภาวะและยับยั้งเหตุร้ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ปืนเรลกัน - มิสไซส์ระยะไกล - ปืนต่อต้านอากาศยานด้วยลำแสง (Beam Vulcan) - เรือรบพลังงานนิวเคลียร์ - เครื่องบินรบในชั้นบรรยากาศ เป็นต้น และอีก 5 ปีต่อมา ทางบริษัทก็ได้มีเงินทุนจากประเทศมหาอำนาจใน Asia เข้ามาลงทุนในโครงการภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไทย นักวิทยาศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ เจมส์ วิสเลอร์ ได้แนะนำต่อผู้บริหารระดับสูงของบริษัทว่า เราน่าจะทำโครงการอาวุธรบรูปแบบมนุษย์ในทุกสภาวะ  โครงการนี้ได้มีการยื่นเข้าที่ประชุมระดับสูงอยู่นาน3 เดือน จนใครๆคิดว่าไม่มีประโยชน์แล้ว แต่กลับมีไฟเขียวจากที่ประชุมกลับมาว่า "อนุมัติโครงการ" เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางทหาร และในที่สุดก็มีการจัดตั้งกองวิจัยขึ้นมาเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ และเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลา 5 ปี  
             ในปี 2886 นั้นเองทาง บ.คาโนเทคก็ได้สร้างหุ่นรบตัวต้นแบบได้สำเร็จ และตั้งชื่อให้ว่า ฟีนิกซ์01 (FN01) ซึ่งความสำเร็จนี้ยังเป็นความลับสุดยอดอยู่ เลยยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการได้ว่า " ทางบ. คาโนเทค ได้สร้างอาวุธรบรูปร่างมนุษย์ ตัวต้นแบบได้สำเร็จ"ต่อประชาคมโลกได้  พร้อมกันนี้ทาง คาโนเทคยังได้มีโปรเจอ สนับสนุน หุ่นรบนี้ด้วยยานรบในชั้นบรรยากาศ ที่ชื่อว่า  " " โดยใช้ระบบลอยตัวกลางอากาศได้ เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วด้วยการเดินทางรอบโลกเพียง 3 ชั่วโมง ซึ่งสร้างเสร็จพร้อมกันกับหุ่นรุ่นทดสอบ FN01 ซึ่งยานรบนี้มีความสามารถแฝงอื่นๆอีกเช่น ดำน้ำลึก - ขึ้นและทำภารกิจในอวกาศได้อิสระ และ ได้มีการจัดการทดสอบขึ้นอย่างลังๆ ณ. สนามทดสอบอาวุธพลังงาน ในพื้นที่อันห่างไกลความเจริญทางเหนือของประเทศ ในอีก 2 วันข้างหน้า  ในขณะที่ สหรัฐ ยังทำได้แค่เครื่องบินรบ ไอพ่น-เรือรบ-เรือบรรทุกเครื่องบินแบบเดิมๆอยู่ และยังไม่รู้ข่าวนี้
              2 วันผ่านไปทาง คาโนเทค เริ่มการทดสอบหุ่นรบ+ยานรบในสภาวะการต่อสู้จริง ผลที่ออกมาเป็นที่พอใจมากในเบื้องบนของรัฐบาล เพราะสามารถทำได้ทุกอย่างที่ต้องการ ทางรัฐบาลจึงได้มีคำสั่งผลิตจำนวน ขั้นแรก 50 ตัว ก่อนเพื่อวางประจำจุดแต่ละภูมิภาคทั้งประเทศและข่าวนี้มีการรั่วไหลจากการทดสอบอาวุธ เพราะ มีผู้เกี่ยวข้องนำไปพูดข้างนอกโดยไม่ได้ตั้งใจ ข่าวไปถึง สหรัฐอย่างรวดเร็ว จนในที่สสุดทาง US ได้ออกมาโต้แย้งว่า อาวุธชนิดนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ต่างกันอาจเกิดสงครามอย่างไม่จำเป็น จึงได้ขอให้ บ. คาโนเทค ระงับการผลิต แต่ทางรัฐบาลไทย ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่จะระงับการผลิตเพราะเหตุผลที่ว่า  เป็นการบุกเบิกแนวคิดใหม่ และไม่อยากเสียโอกาส จึงได้มีความขัดแย้งเกิดขึ้น จากความขัดแย้งเล็กๆ ก็ลุกลามไปใหญ่โต เพราะว่า ใครไม่ยอมใคร  ผลสุดท้าย ทาง US ก็ไม่ยอมนิ่งเฉยต่อการกระทำแบบนี้ เลยสั่งยกพล 3 กองเรือมาที่อ่าวไทยเพื่อจะมาเจรจาขั้นสุดท้าย 4 วันผ่านไปอะไรๆยังไม่คืบหน้าที่ควร เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน และในที่สุด ทาง US ก็หมดความอดทนกับเรื่องนี้พอสมควรจึงสั่ง ฝูงบินที่ 1-2 เข้ามาโจมตีที่มั่นทางทหารของไทยซึ่งได้แก่ กองบัญชาการทหารสูงสุด - กองบัญชาการกองทัพอากาศ - ท่าเรือรบ - ที่ทำการรัฐบาล                               การโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 8.00 น. ทางรัฐบาลไทยไม่มีทางเลือกจึงได้มีคำสั่งให้ หุ่นรุ่นทดสอบFN01 ออกทำภารกิจป้องกันจากข้าศึกที่ลุกล้ำเข้ามาในประเทศไทย  และ ตอนนี้เป็นเรื่องที่สาหัสมากมายเพราะว่า ไม่มีนักบิน ยังไม่ได้คัดเลือกที่จะให้มาประจำหุ่นตัวนี้ แต่ด้วยเวลาคับขันจึงไม่มีทางเลือก จึงต้องให้ผู้ช่วยงานวิจัย มาขับหุ่นออกไปรบ (ชั่วคราว) ซึ่งสเปคบอกใว้ว่า มีระบบช่วยนักบินอยู่ด้วย ถึงจะเป็นมือใหม่ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะแพ้ง่ายๆ และนี่ก้เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ด้วยหุ่นรบใหม่ล่าสุดของ คาโนเทค ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด
              8.45น.  หุ่น FN01 ได้ออกจากฐานที่มั่นใต้ดินเพื่อสกัดกั้นศัตรู ในน่านฟ้า อาวุธสนับสนุนหุ่นมีเพียงแค่ ปืนลำแสง 1 กระบอก  ปืนกลอัตโนมัติ 2 กระบอก ซึ่งเพียงพอต่อการสกัดกั้น เครื่องบินรบ F14 30 ลำ  การสกัดกั้นข้าศึกใช้เวลาอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง และในที่สุด FN01 ได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้เป็นครั้งแรก  ในการสกัดกั้นศัตรู ได้ทำลายเครื่องบินรบ F14 ไปทั้งหมด 27 ลำด้วยกัน ทำให้ US ได้รับรู้ถึงความสามารถของ FN01 แล้วและประเมินอยู่ในระดับที่สูงมาก ตอนนี้ไทยเราเป็นต่อ US อย่างมาก เพราะหุ่นรบ 1 ตัวสามารถทำการรบได้ดี และ สามารถจมกองเรืองที่อยู่ในอ่าวไทยทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่กองเรือ US ยังไม่ถอนกำลังแต่อย่างใด และยังคุมเชิงอยู่ในอ่าวไทย  ทางรัฐบาลไทยจึงส่งข้อความถึงกองเรือ US ว่า หากโจมตีมาอีก เราจะตอบโต้กลับอย่างเต็มกำลัง ............... และเมื่อได้รับข้อความนี้แล้วทางกองเรือ US จึงไม่อยากเสี่ยงโดยไร้เหตุผล จึงถอนกำลังทันที 
              ทางรัฐบาลไทย จึงได้จัดการประชุมขึ้นพร้อมแถลงการว่า ตอนนี้ประเทศไทยเรา ตกอยู่ในสภาวะสงคราม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมอพยพ-ลี้ภัยโดยด่วน และด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยๆ จึงได้เปิดที่หลบภัยใต้ดิน สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้อยู่อาศัย  โดยที่หลบภัยนั้นมีทางเข้าหลายแห่งหลายที่ แต่ที่หลบภัยนั้นมีพื้นที่ 1 ใน4 ของประเทศ และแบ่งออกเป็น 5 ชั้นใต้ดิน มีระบบป้องกันภัยทุกอย่าง เช่น เกราะป้องกันภายนอก แอร์ล๊อค ทางเข้าอากาศยานเล็ก - ท่าเรือดำน้ำของ บ.คาโนเทค เป็นต้น ซ้ำยังสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เปรียบเสมือน โลกจำลองที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จริง หรือเรียกอีกชื่อนึงว่า "โคโลนี่ ใต้ดิน" ก็ว่าได้
             คาโนเทค ได้ออกแบบ โคโลนี่ใต้ดินนี้ เมื่อ 8 ปีก่อนเพื่อหลบภัยจากสงครามกลางเมืองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จนถึงตอนนี้ ก็ได้เปิดประตูอีกครั้ง เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง   ทางด้านพื้นดิน ทางกองบัญชาการทหาร ก็ได้มีคำสั่งเตรียมพร้อมระดับ 1 และสั่งกองยานรบ - เรือรบ - ฝูงบินรบ ให้สแตนบายด์ใว้ รวมทั้งยานรบรุ่นใหม่ล่าสุดด้วย ถึงตอนนี้จะมีเวลาพักหายใจกันอยู่บ้างแต่ก้ไม่อาจวางใจได้เพราะทาง US คงต้องกลับมาอีกแน่นอนและเรื่องที่คิดๆใว้ก็เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด......... เพราะ US ส่งฝูงบินระลอก 2 มาโจมตีอีกครั้ง และคราวนี้ มาฝูงใหญ่กว่าเดิมด้วย 2 เท่าตัว  รัฐบาลก็คิดเอาใว้อยู่แล้วแต่ไม่นึกว่าจะมาเยอะขนาดนี้ จึงประกาศภาวะสงครามเต็มรูปแบบ และด้วย คำสั่งนี้  ยานรบรุ่นใหม่ล่าสุด จึงต้องร่วมภารกิจสนับสนุนการรบ ด้วย   
            15.37 น. สงครามที่ยังไงก็คิดว่าก็ต้องเกิดขึ้นก็เริ่มต้นอีกครั้ง ในอ่าวไทย นอกชายฝั่งพัทยา 1 กิโลเมตร  ทาง US คราวนี้ได้เตรียมไม้เด็ดเอาใว้รอหุ่นรบ ซึ่งก็คือเครื่องบินรบที่สามารถบินใต้น้ำได้อย่างอิสระ ด้วยภารกิจซุ่มโจมตีหืดขึ้นคอซะแล้ว แต่ทางเราก็มีไม้เด็ดรออยู่เหมือนกันชนิดที่ว่า สงครามครั้งนี้ที่ US ไม่มีวันชนะได้เลย  ยานรบรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาจากฐานลับในภาค เหนือตอนล่าง ก็ได้เข้าสู่แนวรบ ทำการกวาดล้างกองทัพที่บุดมาระลอก 2 โดยปืนหลักประจำยาน เรลกัน - Beam Vulcan - ปืนพลังแสงเข้มข้นสูง - อีกทั้งตัวยานยังมีเทคโนโลยีโล่พลังงาน สามารถสะท้อนอาวุธทุกชนิดได้ก็ได้จบลงอย่างหมดจด ด้วยการสนับสนุนของยานรบรุ่นใหม่

 

edit @ 8 Oct 2010 23:27:13 by AthrunChun